Ethernet Switch คืออะไร? สำคัญอย่างไรในระบบ Network
Ethernet Switch คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์หลายตัวในระบบ LAN ให้สามารถรับส่งข้อมูลถึงกันได้ เช่น คอมพิวเตอร์, กล้อง IP Camera, Access Point, Server, NVR, Printer และอุปกรณ์ IoT
พูดง่ายๆ คือ Switch เป็นศูนย์กลางกระจายสัญญาณภายในเครือข่าย ทำให้อุปกรณ์แต่ละตัวเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และเสถียร
1 Ethernet Switch ทำหน้าที่อะไร?
1.1 เชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในระบบ LAN
Switch ใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายตัวเข้าด้วยกันภายในเครือข่ายเดียวกัน เช่น
- PC / Notebook
- IP Camera
- Access Point
- NVR
- Server
- Printer
- Smart TV / IoT Device
เมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดต่อเข้ากับ Switch จะสามารถสื่อสารกันได้ภายในระบบ Network
1.2 ส่งข้อมูลไปยังปลายทางที่ถูกต้อง
Switch จะเรียนรู้ตำแหน่งของอุปกรณ์จาก MAC Address และส่งข้อมูลไปยัง Port ที่ถูกต้อง ไม่ได้กระจายข้อมูลไปทุก Port เหมือน Hub รุ่นเก่า
ผลลัพธ์คือ
- ลดปัญหาข้อมูลชนกัน
- เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย
- ทำให้ระบบเสถียรกว่า
1.3 เพิ่มจำนวน Port ให้ระบบ Network
Router ทั่วไปมักมี Port LAN จำกัด แต่ Switch ช่วยเพิ่มจำนวน Port ได้ เช่น
- 5 Port
- 8 Port
- 16 Port
- 24 Port
- 48 Port
เหมาะกับระบบที่มีอุปกรณ์จำนวนมาก เช่น Office, CCTV, โรงงาน และอาคารสำนักงาน
1.4 รองรับการจ่ายไฟผ่านสาย LAN
Switch บางรุ่นเป็น PoE Switch สามารถส่งทั้งข้อมูลและไฟฟ้าผ่านสาย LAN เส้นเดียวได้ เหมาะกับ
- IP Camera
- Access Point
- IP Phone
- IoT Device
ช่วยลดการเดินสายไฟแยก และติดตั้งง่ายขึ้น
2 Ethernet Switch สำคัญอย่างไรในระบบเน็ตเวิร์ค?

2.1 ทำให้ระบบเป็นศูนย์กลาง
Switch ทำหน้าที่เป็นจุดรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดในระบบ LAN ทำให้การจัดการเครือข่ายง่ายขึ้น
2.2 เพิ่มความเร็วและความเสถียร
Switch ที่เหมาะสมช่วยให้ข้อมูลไหลลื่น ลดอาการ Network ช้า ค้าง หรือหลุดบ่อย
2.3 รองรับการขยายระบบในอนาคต
สามารถเพิ่มอุปกรณ์ใหม่เข้าระบบได้ง่าย เพียงเลือก Switch ที่มีจำนวน Port และความเร็วเพียงพอ
2.4 ช่วยแยกประเภทงานในระบบ
ใน Switch แบบ Managed สามารถตั้งค่า VLAN เพื่อแยกเครือข่าย เช่น
- VLAN กล้อง CCTV
- VLAN พนักงาน
- VLAN Guest Wi-Fi
- VLAN Server
ช่วยให้ระบบปลอดภัยและจัดการง่ายขึ้น
2.5 ลดต้นทุนการติดตั้ง
โดยเฉพาะ PoE Switch ที่ช่วยลดการเดินสายไฟแยก ทำให้ติดตั้งกล้องและ Access Point ได้ง่ายกว่าเดิม
3 Ethernet Switch มีกี่ประเภท?
3.1 Unmanaged Switch

Unmanaged Switch คือ Switch แบบเสียบใช้งานได้ทันที ไม่ต้องตั้งค่า
เหมาะกับ
- บ้าน
- ร้านค้า
- Office ขนาดเล็ก
- ระบบที่ไม่ซับซ้อน
ข้อดี
- ใช้งานง่าย
- ราคาประหยัด
- ไม่ต้องมีความรู้ด้าน Network มาก
ข้อจำกัด
- ตั้งค่า VLAN ไม่ได้
- ตรวจสอบ Traffic ไม่ได้
- ควบคุมระบบได้น้อย
3.2 Managed Switch

Managed Switch คือ Switch ที่สามารถตั้งค่าและบริหารจัดการระบบได้
ฟังก์ชันที่มักมี
- VLAN
- QoS
- Port Security
- SNMP
- Link Aggregation
- Spanning Tree
- IGMP Snooping
- Monitoring
เหมาะกับ
- องค์กร
- โรงงาน
- โรงแรม
- อาคารสำนักงาน
- CCTV ขนาดใหญ่
- Data Center
ข้อดี
- ควบคุมระบบได้ละเอียด
- ปลอดภัยกว่า
- แก้ปัญหาได้ง่ายกว่า
- รองรับระบบขนาดใหญ่
ข้อจำกัด
- ราคาสูงกว่า
- ต้องมีความรู้ในการตั้งค่า
3.3 Smart Switch / Web Smart Switch
Smart Switch เป็นกึ่งกลางระหว่าง Unmanaged และ Managed มีฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น VLAN, QoS, Port Trunking และการจัดการผ่าน Web Interface
เหมาะกับ
- SME
- Office ขนาดกลาง
- ระบบ CCTV ที่ต้องการ VLAN
- งานที่ต้องการตั้งค่าไม่ซับซ้อน
3.4 PoE Switch

PoE Switch คือ Switch ที่สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ปลายทางผ่านสาย LAN ได้
มาตรฐาน PoE ที่พบบ่อย

เหมาะกับ
- IP Camera
- Access Point
- IP Phone
- Smart Building
- IoT Device
3.5 Industrial Ethernet Switch

Industrial Ethernet Switch คือ Switch สำหรับงานโรงงานหรือพื้นที่สภาพแวดล้อมหนัก
จุดเด่น
- ทนอุณหภูมิสูง/ต่ำ
- รองรับ DIN-Rail
- กันสั่นสะเทือน
- รองรับไฟ DC
- รองรับ Ring Redundancy บางรุ่น
เหมาะกับ
- โรงงาน
- SCADA
- PLC
- Smart Factory
- Outdoor Cabinet
- ระบบ CCTV ภาคสนาม
3.6 Fiber Switch / Switch with SFP Port

Switch บางรุ่นมี Port SFP สำหรับเชื่อมต่อ Fiber Optic ผ่าน Module SFP
เหมาะกับ
- เชื่อมอาคารต่ออาคาร
- CCTV ระยะไกล
- Backbone Network
- โรงงาน
- Campus Network
ข้อดี
- ส่งข้อมูลได้ไกลกว่าสาย LAN
- ลดปัญหา EMI
- รองรับระบบ Gigabit / 10G
4 แบ่ง Switch ตามความเร็ว
4.1 10/100Mbps Switch
เหมาะกับระบบเก่าหรืออุปกรณ์ที่ใช้ Bandwidth ไม่สูงมาก เช่น IP Phone หรืออุปกรณ์ IoT บางชนิด
4.2 Gigabit Switch 1000Mbps
เป็นมาตรฐานที่นิยมที่สุดในปัจจุบัน เหมาะกับ Office, CCTV, Access Point และงานทั่วไป
4.3 2.5G / 5G Switch
เหมาะกับ Wi-Fi 6 / Wi-Fi 6E Access Point หรือระบบที่ต้องการความเร็วมากกว่า 1Gbps ผ่านสาย LAN เดิมบางประเภท
4.4 10G Switch
เหมาะกับ Server, Data Center, NAS, Core Network และระบบ Backbone ที่ต้องการความเร็วสูง
5 เลือก Ethernet Switch อย่างไรให้เหมาะกับงาน?
5.1 ดูจำนวน Port
ควรเลือกจำนวน Port ให้มากกว่าอุปกรณ์จริงประมาณ 20–30% เพื่อรองรับการขยายในอนาคต
ตัวอย่าง
- มีอุปกรณ์ 6 ตัว → เลือก 8 Port
- มีอุปกรณ์ 14 ตัว → เลือก 16 Port
- มีอุปกรณ์ 20 ตัว → เลือก 24 Port
5.2 ดูความเร็ว Port
- ใช้งานทั่วไป → Gigabit
- กล้องจำนวนมาก → Gigabit Uplink
- Server / NAS → 10G
- Wi-Fi 6 AP → 2.5G หรือสูงกว่า
5.3 ดูว่าต้องใช้ PoE หรือไม่
ถ้าใช้อุปกรณ์ที่ต้องรับไฟผ่านสาย LAN เช่น กล้อง IP หรือ Access Point ควรเลือก PoE Switch และคำนวณ PoE Budget ให้เพียงพอ
5.4 ดู Uplink Port
Uplink คือ Port ที่ใช้เชื่อมต่อไปยัง Switch ตัวหลัก, Router หรือ Fiber
ควรเลือก
- Gigabit Uplink สำหรับระบบทั่วไป
- SFP Uplink สำหรับเดิน Fiber
- 10G Uplink สำหรับระบบใหญ่
5.5 ดูว่าต้องตั้งค่า VLAN หรือไม่
ถ้าระบบต้องแยกกล้อง, พนักงาน, Guest Wi-Fi หรือ Server ควรใช้ Managed Switch หรือ Smart Switch
5.6 ดูสภาพแวดล้อม
- ใช้ในห้องแอร์ → Commercial Switch
- ใช้ในโรงงาน / Outdoor Cabinet → Industrial Switch
- ใช้ในตู้ Rack → Rackmount Switch
6 ตัวอย่างการเลือก Switch ตามงาน
6.1 บ้าน / Office ขนาดเล็ก
แนะนำ
- Unmanaged Gigabit Switch
- 5 / 8 / 16 Port
เหมาะกับ
- PC
- Printer
- Router
- Smart TV
6.2 ระบบ CCTV
แนะนำ
- PoE Switch
- Gigabit Uplink
- มี SFP Port ถ้าเดิน Fiber ระยะไกล
ต้องคำนวณ
- จำนวนกล้อง
- กำลังไฟต่อกล้อง
- ระยะสาย
- Uplink ไป NVR
6.3 องค์กร / อาคารสำนักงาน
แนะนำ
- Managed Switch
- VLAN
- QoS
- SNMP
- Uplink 10G หรือ SFP
เหมาะกับ
- แยกแผนก
- แยก Guest Wi-Fi
- ควบคุม Security
- Monitor ระบบ
6.4 โรงงาน / Industrial
แนะนำ
- Industrial Ethernet Switch
- DIN-Rail
- รองรับอุณหภูมิกว้าง
- รองรับ Fiber SFP
- รองรับ Ring Redundancy หากระบบต้องไม่ล่ม
เหมาะกับ
- PLC
- SCADA
- กล้องโรงงาน
- เครื่องจักร
- Outdoor Cabinet
6.5 Data Center / Server Room
แนะนำ
- Managed / L3 Switch
- 10G / 25G / 40G Uplink
- Redundancy
- Monitoring
- Fiber Backbone
7 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือก Switch
- เลือก Port น้อยเกินไป
ทำให้ต้องซื้อเพิ่มภายหลัง และระบบจัดสายไม่เป็นระเบียบ
- ไม่คำนวณ PoE Budget
กล้องหรือ Access Point อาจติดบ้างดับบ้าง เพราะไฟไม่พอ
- ใช้ Switch 10/100 กับกล้องหลายตัว
อาจทำให้ภาพกระตุก โดยเฉพาะกล้องความละเอียดสูง
- ไม่มี Uplink ที่เพียงพอ
แม้ Port ปลายทางเป็น Gigabit แต่ Uplink แคบ ทำให้คอขวด
- ใช้ Unmanaged ในระบบที่ควรแยก VLAN
ทำให้ควบคุมความปลอดภัยไม่ได้ และแก้ปัญหายาก
- ใช้ Commercial Switch ในโรงงาน
อาจเกิดปัญหาจากความร้อน ฝุ่น ความชื้น และไฟกระชาก
8 Checklist ก่อนซื้อ Ethernet Switch
- ต้องใช้กี่ Port?
- ต้องการความเร็ว 100M / 1G / 10G หรือมากกว่า?
- ต้องใช้ PoE หรือไม่?
- PoE Budget รวมพอหรือไม่?
- ต้องมี SFP / Fiber Uplink หรือไม่?
- ต้องตั้งค่า VLAN หรือไม่?
- ใช้ในห้องทั่วไปหรือโรงงาน?
- ต้องติด Rack / DIN-Rail / Desktop?
- ต้องการ Monitoring หรือ SNMP หรือไม่?
- ต้องเผื่อขยายระบบในอนาคตหรือไม่?
สินค้าแนะนำจาก BISMON
Ethernet Switch Unmanaged
Ethernet Switch L2+/L2 Managed
Ethernet Switch L3 Managed
Industrial Switches Unmanage
Industrial Switches L2/L2+ Manage
Industrial Switches L3 Manage
Industrial Switches (IP40) X-Blue-A Series
Standard-Bypass Industrial Switch
Industrial Switches (IP40) Classic Series
Industrial Switches (1U) Rack Outdoor Series
9 สรุป
Ethernet Switch คือหัวใจสำคัญของระบบ Network เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ กล้อง CCTV, Access Point, Server, NVR ไปจนถึงอุปกรณ์ Industrial
การเลือก Switch ควรพิจารณา
จำนวน Port + ความเร็ว + PoE Budget + Uplink + VLAN + สภาพแวดล้อมใช้งาน
เลือกถูกตั้งแต่แรก ระบบจะเสถียร รองรับการขยาย และลดปัญหา Network ในระยะยาว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ethernet Switch
Q1: Ethernet Switch ต่างจาก Router อย่างไร?
Router ใช้เชื่อมต่อเครือข่ายต่างวงกัน เช่น LAN กับ Internet ส่วน Switch ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์หลายตัวภายในเครือข่าย LAN เดียวกัน
Q2: Unmanaged Switch ใช้งานได้เลยไหม?
ได้ เพียงเสียบสาย LAN และต่อไฟก็ใช้งานได้ เหมาะกับระบบที่ไม่ซับซ้อน
Q3: Managed Switch จำเป็นไหม?
จำเป็นเมื่อระบบต้องการ VLAN, Monitoring, Security, QoS หรือมีอุปกรณ์จำนวนมาก
Q4: PoE Switch คืออะไร?
PoE Switch คือ Switch ที่จ่ายไฟผ่านสาย LAN ได้ ใช้กับ IP Camera, Access Point และ IP Phone
Q5: PoE Budget คืออะไร?
PoE Budget คือกำลังไฟรวมที่ Switch จ่ายให้ทุก Port ได้ เช่น Switch มี PoE Budget 120W ถ้ากล้องใช้ 10W ต่อกล้อง จะรองรับได้ประมาณ 12 ตัวในเชิงกำลังไฟ
Q6: Switch 10/100 ยังใช้ได้ไหม?
ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการ Bandwidth สูง แต่สำหรับระบบใหม่ควรเลือก Gigabit Switch เป็นหลัก
Q7: Switch มี SFP Port ใช้ทำอะไร?
SFP Port ใช้ใส่ Module Fiber เพื่อเชื่อมต่อระยะไกล เช่น เชื่อมอาคาร โรงงาน หรือกล้อง CCTV ที่อยู่ไกล
Q8: ใช้ Switch ธรรมดากับกล้อง IP ได้ไหม?
ใช้ได้ถ้ากล้องมีไฟเลี้ยงแยก แต่ถ้าต้องการจ่ายไฟผ่านสาย LAN ต้องใช้ PoE Switch
Q9: Switch สำหรับ CCTV ควรเลือกแบบไหน?
ควรเลือก PoE Switch ที่มี PoE Budget เพียงพอ มี Uplink ความเร็วสูง และถ้าระยะไกลควรมี SFP Port
Q10: Industrial Switch ต่างจาก Switch ทั่วไปอย่างไร?
Industrial Switch ออกแบบให้ทนสภาพแวดล้อมหนัก เช่น ความร้อน ความชื้น แรงสั่นสะเทือน และมักติดตั้งแบบ DIN-Rail
Q11: VLAN คืออะไร?
VLAN คือการแบ่งเครือข่ายภายใน Switch ออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น กล้อง, พนักงาน, Guest Wi-Fi เพื่อความปลอดภัยและจัดการง่ายขึ้น
Q12: ควรเผื่อ Port เพิ่มเท่าไหร่?
ควรเผื่อประมาณ 20–30% ของจำนวนอุปกรณ์จริง เพื่อรองรับการขยายระบบในอนาคต
Recomended Article : บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ
๐ ติดตั้งสายเคเบิลใยแก้วนำแสง แบบ All-Dielectric Self Support (ADSS) อย่างไรให้ถูกต้อง?
๐ ARSS (Anti-rodent self supporting) Fiber optic กันสัตว์กัดแทะสาย
๐ วิธีการเลือกสาย UTP PATCH CORD แบบไหนดี
๐ หัวตัวผู้สายแลน แบบทะลุ(Easy Plug) ดีกว่าแบบ ธรรมดาอย่างไรบ้าง
๐ มาตรฐาน UL สำหรับสายแลน (LAN: Local Area Network) หรือ Ethernet cable คืออะไร?