การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

หลายท่านคงเคยสงสัยกับวิธีการเลือกใช้งาน Industrial Ethernet Switch ว่าจะมีวิธีการเลือกอย่างไร ทั้งที่บางตัวก็มีหน้าตาคล้ายกัน วัสดุก็ดูเหมือนๆกัน แต่ทำไมการเลือกไปใช้งานจึงไม่เหมือนกันแล้วเราจะต้องเลือกแบบไหนล่ะ เพราะการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับงานที่ใช้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าเลือกผิดอาจทำให้การใช้งานไม่ตรงความต้องการของระบบนั้นๆหรือใช้งานแล้วไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป ในแต่ละงาน

 

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

1.    จำนวน port ที่ใช้งานจริง
อย่างแรกเราต้องคำนึงถึงจำนวน port (หรือช่อง RJ45) ที่จะใช้งาน ต่อไปยังอุปกรณ์ปลายทาง เช่น กล้อง IP Camera หรือ Ethernet Lan เป็นต้น แต่เราควรที่จะเพื่อพอร์ท(Port RJ45)การใช้งานไว้เสมอ ในกรณีที่อาจต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์ในอนาคต สำหรับจำนวนพอร์ท(Port)ของ Ethernet Industrial Switch ของ BISMON จะมีเลือกตั้งแต่ 2 พอร์ต, 4 พอร์ต, 8 พอร์ต, 16 พอร์ต และ 24 พอร์ต ให้เลือกใช้งานตรงความต้องการมากที่สุด

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

2.    ประเภทการเชื่อมต่อของ Uplink
ส่วนประเภทการเชื่อมต่อหรือที่เรียกว่าสาย Uplink คุณจะต้องเช็คก่อนว่าสายเดินมายังจุดนี้เป็นสายประเภทอะไรและระยะทางอยู่ที่เท่าไหร่ จะอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท 

  • แบบแรกคือสาย Ethernet Lan  UTP cable ต่อจุดจะเดินได้ไม่เกิน 100 เมตร ในสาย CAT5e หรือ CAT6 จะทำความเร็วสูงสุดที่ 1000Mbps แต่ถ้าคุณต้องการความเร็วมากกว่านั้นจนถึง 10Gb และจำเป็นต้องใช้สาย Lan ควรเลือกใช้สายชนิด CAT6A หรือ Cat7 ขึ้นไป แต่ระยะสายจะได้สูงสุดที่ไม่เกิน 55 เมตร
  • แบบที่สองคือสาย Fiber Optic cable หรือสายใยแก้วนำแสง ถ้าระยะที่เดินสายเกิน 100 เมตรขึ้นไป ควรที่จะใช้สายไฟเบอร์ออฟติก เพราะสายไฟเบอร์ออฟติกสามารถติดตั้งได้ไกลหลายกิโลเมตร

 

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

3.    PoE (Power Over Ethernet)
มาถึงในส่วนของการส่งกระแสไฟฟ้าแบบ PoE ไปจ่ายที่อุปกรณ์ปลายทางผ่านระบบสาย Lan จำเป็นหรือไม่ อย่างแรกต้องเช็คดูก่อนว่าอุปกรณ์ปลายทาง เป็นอะไร เช่น Switch Network, VoIP, IP Camera, Access Point, WiFi หรือระบบที่ต้องการกระแสไฟฟ้าที่สูงกว่าอุปกรณ์ทั่วไป ดังนั้นจึงต้องคำนวณ Power Budget ของ Switch หรือตัวส่งกระแสไฟฟ้า ว่าเพียงพอต่อการจ่ายไฟให้อุปกรณ์นั้นๆ ที่มาเชื่อมต่อทั้งหมดหรือไม่ เพราะมาตรฐาน PoE ในปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกัน 3 มาตรฐาน ได้แก่

  • IEEE802.3af (15.4W)
  • IEEE802.3at (30W)
  • IEEE802.3bt (60W-95W) 

อ่านบทความเกี่ยวกับ PoE เพิ่มเติม

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

4.    การบริหารจัดการอุปกรณ์
โดยปัจจุบัน Ethernet Switch จะมีให้เลือกหลายระดับตั้งแต่ Un-managed จนไปถึง Fully Managed ถ้าคุณต้องการความสะดวกในการใช้งานแบบ Plug and Play ควรเลือกแบบ Un-managed เพราะสามารถใช้งานได้เลย ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากในการตั้งค่าอุปกรณ์ แต่ถ้าเป็นระบบที่ใหญ่ที่มีอุปกรณ์จำนวนมากและมีความสำคัญต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ควรเลือกแบบ Managed เพราะมี tools network ในการช่วยบริหารจัดการระบบทำให้ง่ายต่อการจัดการ ดูแลและ มอนิเตอร์ระบบได้ง่ายขึ้น ในบางรุ่นจะมี Feature Function ด้าน Security ในการป้องกันร่วมด้วย เพื่อความปลอดภัยของระบบนั้นๆ

 

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

5.    สภาพแวดล้อม
Ethernet Switch แบบ Industrial Grade ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อการใช้งานภายนอกอาคารและสภาพแวดล้อมที่หนัก ต้องคำนึงถึงวัสดุป้องกันผลิตภัณฑ์ที่มีความทนทาน และ การรองรับอุณหภูมิที่สูงของอากาศในประเทศไทย ดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อต้นทุนและการใช้งานระยะยาว โดย Ethernet Switch แบบ Industrial Grade จะแบ่ง IP Rating ดังนี้

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ
IP Rating IP30, IP40, IP50, IP67 และเรื่องอุณหภูมิที่ Ethernet Switch จะต้องทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี Industrial Ethernet Switch ของ BISMON ทนอุณหภูมิสูงได้ ตั้งแต่ -40 ถึง 80 องศาเซลเซียส

อ่านบทความเกี่ยวกับ IP Rate เพิ่มเติม

 

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

6.    มาตรฐานรับรอง
ต้องผ่านการทดสอบอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ให้เหมาะสมต่อการใช้งาน เช่น IEC61000 มาตรฐานการทดสอบทางด้านความคงทนทางแม่เหล็กไฟฟ้า EMC Testing, Lightning protection ป้องกันฟ้าผ่า, IEC60068 ทดสอบคุณสมบัติเชิงกล เช่น anti-vibration, anti-shock, free fall ต้องมีมาตรฐานเหล่านี้มารับรองผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงมาตรฐานการผลิต เป็นต้น

การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

7.    การจ่ายกระแสไฟฟ้า
ความสำคัญของการจ่ายกระแสไฟฟ้าจะต้องรองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าแบบคู่ Redundant power Input คือ รองรับแหล่งจ่ายไฟที่มาจาก 2 แหล่ง เมื่อเกิดความเสียหายจากตัวจ่ายไฟฟ้าหลัก สามารถสลับมาใช้ตัว Backup ได้ทันที

อ่านบทความเกี่ยวกับ Power Supply เพิ่มเติม

 

ยินดีให้คำปรึกษาและออกแบบระบบ พร้อมแนะนำการเขียน TOR. ภาษาไทย สำหรังงานโครงการภาครัฐโดนเฉพาะ

 

By: BISMON

E-mail: sale@bismon.com

Line@BISMON

Tel:0-2563-5000


 




Recomended Article : บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

๐ Surge Protection for CCTV คืออะไร? ใช้ทำอะไร และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับระบบกล้องวงจรปิด

๐ Optical Attenuator คืออะไร? คู่มือเลือกตัวลดทอนแสงสำหรับระบบ Fiber Optic Network

๐ สายไฟเบอร์ออฟติก ADSS แตกต่างกับ ARSS อย่างไร

๐ ตู้ Wall Rack Indoor และ Outdoor ต่างกันอย่างไร

๐ Optical Distribution Frame (ODF) ในการจัดเก็บสายไฟเบอร์ออฟติกมีกี่แบบ