สาย Fiber optic Multi-mode ใช้งานความเร็ว 1000Mbps ระยะ 2km ได้จริงหรือไม่
โดยปกติระบบโครงสร้างเครือข่ายเน็ทเวิร์ครุ่นเก่าๆ เมื่อย้อนไปประมาณ 10 ปี จะนิยมใช้งานสาย Fiber optic cable ชนิด Multi-mode กันมาก ด้วยความเร็วในสมัยนั้น 10Mbps และ 100Mbps ก็เร็วมากพอแล้วสำหรับอุปกรณ์การใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เน็ทเวิร์ค หรือระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะสายชนิด Multi-mode และอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับ Multi-mode จะราคาถูกกว่า Single-mode จึงนิยมติดตั้งสาย Multi-mode กันมาก แต่พอมาถึงยุคปัจจุบัน ระบบสายเดิม เริ่มใช้งานไม่ได้ เพราะความเร็วสูงขึ้น มาอยู่ที่ 1000Mbps จนถึง 10GB สายชนิด Multi-mode รุ่นเก่าจึงค่อยถูกยกเลิก หันมาใช้งาน สาย Fiber optic ชนิด Single-mode กันมากขึ้น เพราะไม่จำกัดระยะทางและไม่จำกัดความเร็ว
สาย Multi-mode (OM1 - OM4) มีข้อจำกัดด้านระยะทางเมื่อใช้งานที่ความเร็ว 1Gbps (1000Mbps) โดยปกติจะมีรายละเอียดตามมาตรฐานดังนี้
- OM1 (62.5/125µm) Multi-mode รองรับสูงสุดเพียง 275 เมตร
- OM2 (50/125µm) Multi-mode รองรับสูงสุด 550 เมตร
- OM3 / OM4 (Laser-optimized 50/125µm) Multi-mode รองรับประมาณ 1,000 เมตร (1km)
ดังนั้น สาย Fiber optic ชนิด Multi-mode จึงไม่สามารถใช้งานที่ระยะ 2km ได้ ตามมาตรฐานสากลทั่วไป แต่ด้วยในปัจจุบันได้มีการออกแบบและคิดค้นให้สามารถใช้งานระยะทาง 2 กิโลเมตรได้ ที่ความเร็ว 1000Mbps หรือ 1Gbps ได้ ซึ่งทางเราจะแนะนำอุปกรณ์ประเภท
SFP transceiver Module ที่ใช้งานแบบ 1 Core แต่ต้องใช้งานแบบคู่ เพื่อเชื่อมเข้าหากัน 

SFP transceiver Module ที่ใช้งานแบบ 2 Core Dual Fiber optic ชนิด LC Connector 

ดังนั้นถ้าคุณต้องการให้ระบบสายไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable) ชนิด Multi-mode ระยะ 2 กิโลเมตร ที่ความเร็ว 1000Mbps จำเป็นจะต้องใช้งานตัวแปลงสัญญาณ SFP transceiver ที่ออกแบบมาพิเศษในการใช้งานระบบให้ได้ความเร็วที่ต้องการ ตามรายการด้านบน ที่ได้กล่าวมาข้างต้น
Q1: สาย Fiber optic Multi-mode คืออะไร?
A1: สาย Fiber optic Multi-mode เป็นสายไฟเบอร์ชนิดที่มีแกนเส้นใยใหญ่กว่า Single-mode ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้งานที่ระยะสั้นและความเร็วไม่สูงมาก จึงได้รับความนิยมในระบบเครือข่ายเดิมที่ความเร็ว 100Mbps หรือ 1Gbps ในระยะใกล้ ๆ เหมาะกับอาคารหรือศูนย์ข้อมูลภายใน
Q2: สาย Multi-mode สามารถใช้งานที่ 1000Mbps ระยะ 2km ได้ไหม?
A2: ตามมาตรฐานทั่วไป สาย Multi-mode ชนิด OM1/OM2/OM3/OM4 มีข้อจำกัดระยะทางเมื่อใช้ที่ความเร็ว 1Gbps โดยมากที่สุดประมาณ 1km เท่านั้น และจึงไม่สามารถใช้งานที่ระยะ 2km โดยตรงตามมาตรฐานเดิมได้
Q3: แล้วจะทำอย่างไรให้สาย Multi-mode ใช้กับระยะ 2km ที่ 1000Mbps ได้?
A3: ต้องเลือกใช้อุปกรณ์แปลงสัญญาณ (เช่น SFP Transceiver Module ที่ออกแบบพิเศษ) ซึ่งช่วยให้สาย Multi-modeสามารถส่งสัญญาณได้ที่ระยะไกลขึ้น โดยใช้คู่สายและอุปกรณ์ที่รองรับ
Q4: ข้อดีของสาย Multi-mode คืออะไรเมื่อเทียบกับ Single-mode?
A4: สาย Multi-modeมีราคาทั้งตัวสายและอุปกรณ์ต่อพ่วงถูกกว่า Single-mode และติดตั้งในระบบเครือข่ายระยะสั้นได้คุ้มค่า เหมาะสำหรับงานภายในอาคารที่ไม่ต้องการระยะไกลมาก
Q5: ทำไมสาย Multi-modeถึงมีข้อจำกัดด้านระยะทาง?
A5: เพราะโหมดการแพร่ของแสงในสาย Multi-mode ส่งผลให้เกิดการกระเจิงและการสูญเสียสัญญาณเมื่อระยะทางยาวขึ้น ทำให้ไม่สามารถรักษาคุณภาพสัญญาณที่มากกว่า 1Gbps ในระยะไกลได้ดีเท่า Single-mode
Q6: ถ้าต้องการใช้งานไกลกว่ามาตรฐาน Multi-mode ควรเลือกสายแบบใด?
A6: ควรพิจารณาใช้ Single-mode fiber ซึ่งรองรับการส่งสัญญาณได้ไกลและไม่จำกัดความเร็วเหมือนกับ Multi-mode ทั้งยังเหมาะกับระบบระยะไกล เช่น Backbone หรือ Campus Network
ยินดีให้คำปรึกษาในการออกแบบและเลือกใช้งานอุปกรณ์ให้ตรงต่อการใช้งานและระบบการติดตั้งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำในการเขียน TOR ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วไป
By: BISMON
Tel: 0-2563-5000
e-mail: sale@bismon
Line Office: @bismon

Recomended Article : บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ
๐ การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ
๐ 10G RJ45 10GBase-T Ethernet to 10GBaseX SFP+ Slot Fiber Media Converter
๐ New! PoE Standard IEEE802.3bt (90W)
๐ IP Grade สำหรับ Industrial Ethernet Switch outdoor มีกี่แบบ
๐ ตู้ Outdoor แบบตั้งพื้นสำหรับงาน Fiber optic cable มีกี่แบบที่สำคัญ


