5 ปัญหาหน้างานระบบ Network & CCTV ที่ผู้รับเหมาเจอทุกวัน และวิธีแก้ให้จบงานง่ายขึ้น 3 เท่า ด้วยโซลูชันที่ถูกต้อง

5 ปัญหาหน้างานระบบ Network & CCTV ที่ผู้รับเหมาเจอทุกวัน และวิธีแก้ให้จบงานง่ายขึ้น 3 เท่า ด้วยโซลูชันที่ถูกต้อง

ในงานติดตั้งระบบ CCTV / Fiber Optic / Smart City / โรงงาน / Solar Farm / Data Center ขนาดย่อม

งานติดตั้งระบบ Network, Smart Automation และ Network  CCTV ในโครงการจริง ไม่ได้วัดกันแค่ราคาถูกที่สุด แต่วัดกันที่   “ความเสถียร ความเร็วในการส่งมอบงาน และปัญหาหลังติดตั้ง” มากกว่า  

ผู้รับเหมาหลายรายต้องเจอสถานการณ์เดิม ๆ ทุกไซต์งาน สาย Fiber ขาดครั้งเดียว ระบบล่มทั้งโซน ตู้ Outdoor ร้อนจัดจน Network Switch ค้างหรืออุปกรณ์พัง PoE จ่ายไฟไม่พอ หรือไม่เสถียรพอ กล้องดับ ภาพกระตุก ลูกค้าโทรตามทั้งวัน

 

บางครั้งยังต้องซื้อสายยกม้วน ทำให้เงินจมสต็อกโดยไม่จำเป็น สนใจแต่ราคาถูก หมุนเงินไม่ทัน และเมื่อระบบใหญ่ขึ้น การดูแลกลับยิ่งซับซ้อนและเสียเวลามากขึ้น สุดท้ายงานไม่จบตามแผน กำไรลด และทีมต้องกลับไปแก้หน้างานซ้ำ ๆ

 

ทั้งที่ปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอน “เลือกอุปกรณ์” หากออกแบบระบบให้ถูกต้องตั้งแต่แรก คุณจะทำงานได้เร็วขึ้น เสถียรกว่า และมืออาชีพกว่าเจ้าอื่นทันที บทความนี้จึงสรุป 5 ปัญหาหลักที่ผู้รับเหมาระบบ และ กลุ่ม SI (System Integrator) คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ วางระบบ เจอทุกวัน พร้อมแนวทางแก้และโซลูชันที่ช่วยให้งานจบไว ลูกค้าไม่โทรตาม และธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นใจ มีเวลาไปหางานใหม่ๆ ได้อย่างสบาย

 

ผู้รับเหมาและ System Integrator หลายรายเจอปัญหาเดิมซ้ำ ๆ ทุกไซต์งาน เช่น

   ระบบล่มเมื่อสายขาด

   ตู้ร้อน อุปกรณ์เสียบ่อย

   PoE ไม่พอ กล้องดับ

   สายเหลือสต็อก เงินจม

   ระบบใหญ่ขึ้น แต่ดูแลยากขึ้น

สุดท้าย = เสียเวลาซ่อม + กำไรลด + ลูกค้าโทรตามทั้งวัน

แต่จริง ๆ แล้ว  ปัญหาเหล่านี้ป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอน “เลือกอุปกรณ์”

บทความนี้จะพาคุณดู 5 ปัญหาที่พบบ่อยที่สุด  พร้อมแนวทางแก้แบบมืออาชีพ ที่ช่วยให้งานจบไว และลดปัญหาระยะยาว

 

  สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อย  

   รถเกี่ยวสายเคเบิลขาด

   คนงานขุดโดน สายเคเบิล

   หนูกัดสาย หรือ กระรอกกัดแทะสายบ่อยมาก

   สายหลวม/หัวหลุด ค่า loss เยอะ

ระบบทั่วไป ติดตั้งและออกแบบ เมื่อใช้แบบ เดินสายเส้นเดียว (Daisy Chain)
ขาด 1 จุด = กล้องทั้งโซนดับ แถมบางครั้ง พ่วงต่อกัน ล่มทั้งระบบ

 

  วิธีแก้แบบมืออาชีพ  

   ออกแบบ Ring Topology (Fiber Ring) แบบ Redundance back up
   ใช้ Industrial Switch ที่รองรับ ERPS/RSTP ที่ สามารถรองรับ Software Management

ระบบจะ Self-Healing หรือ Recovering time ภายใน < 20ms หลังสายขาด ระบบกลับมาทำงานได้แบบปกติ ถ้ารู้จัก ออกแบบระบบที่ดี ลูกค้าแทบไม่รู้สึกว่าระบบเคยล่ม

  อาการที่พบ  

   Network Switch ค้าง / Restart เอง

   PSU (Power Supply Unit) แหล่งจ่ายไฟ"เสีย

   อายุอุปกรณ์สั้นลงครึ่งหนึ่ง

   ฝุ่น และ ความชื้นเข้าตู้ ไม่ได้มาตรฐาน IP grade

อุณหภูมิในตู้กลางแดดไทย ---> พุ่ง 60–70°C ได้ง่ายมาก

แต่ Network Switch แบบ Commercial ส่วนใหญ่รับได้แค่ 45–50°C

 

  สิ่งที่หลายคนมองข้าม กล้องวงจรปิดชนิดเครือข่าย รุ่นใหม่ใช้ไฟสูงขึ้น :  

   IR (Infrared)

   Heater

   PTZ (Pan-Tilt-Zoom)

   AI Camera

อุปกรณ์เปลี่ยนไปแล้ว แต่ยังใช้ Network switch PoE รุ่นเก่า 15W/30W

>> ผลคือไฟตก กล้องรีสตาร์ท ภาพหาย

 

  ปัญหาที่เจอบ่อย  

   ใช้จริง 320m แต่ต้องซื้อ 1,000m หรือ 4,000M โดยเห็นราคาถูก

   เหลือค้างโกดัง รอบนานเกิน

   เงินจมหลายหมื่น/หลายแสน หมุนเงินไม่ทัน

 

  อาการ  

   Broadcast มั่ว

   เครื่องช้า

   แยกปัญหาไม่ได้

   ซ่อมยาก

 

ต้องการให้ทีมงานช่วยออกแบบฟรี?

  ทีมวิศวกรของ BISMON สามารถช่วยคุณได้  

   ออกแบบ Network Diagram

   เลือก Switch/PoE/Fiber ให้เหมาะกับไซต์ หรือระบบ

   จัด BOQ

   ให้คำปรึกษาฟรีก่อนยื่นประมูล

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1: ปัญหาหลักที่ผู้รับเหมาระบบ Network & CCTV มักเจอในไซต์งานคืออะไร?
A1: ปัญหาที่พบบ่อยคือ สายไฟเบอร์หรือสายนำสัญญาณขาดทำให้ระบบล่มทั้งโซน, ความร้อนในตู้ Outdoor ส่งผลให้อุปกรณ์ล้มเหลว, พอร์ต PoE ไม่เพียงพอสำหรับกล้องรุ่นใหม่, การสต็อกสายเกินความจำเป็น และปัญหาการ Broadcast ในเครือข่ายทำให้ระบบช้าและซ่อมยาก

Q2: จะป้องกันระบบล่มเมื่อสาย Fiber ขาดได้อย่างไร?
A2: ควรออกแบบระบบด้วย Topology แบบ Ring (Fiber Ring) และใช้ Industrial Switch ที่รองรับ ERPS/RSTP เพื่อให้ระบบมีความทนทานและ Self-Healing เมื่อมีสายขาด

Q3: อุณหภูมิภายในตู้กลางแจ้งมีผลกับการทำงานของสวิตช์หรือไม่?
A3: ใช่ — อุณหภูมิภายในตู้อาจพุ่งถึง 60–70°C ซึ่งเกินค่าที่สวิตช์เชิงพาณิชย์รองรับ (45–50°C) ทำให้อุปกรณ์ค้างหรือพังเร็วขึ้น จึงควรเลือกตู้และอุปกรณ์ที่มีค่า IP grade และระบายความร้อนได้ดี

Q4: ทำไมกล้อง IP รุ่นใหม่จึงทำให้ PoE ไม่เพียงพอ?
A4: กล้องเครือข่ายรุ่นใหม่ เช่น กล้องที่มี IR, Heater, PTZ หรือ AI ใช้ไฟสูงกว่า PoE แบบเก่า 15–30W หากใช้สวิตช์ PoE รุ่นเดิม อาจทำให้ไฟตก กล้องรีสตาร์ท หรือภาพกระตุก

Q5: มีวิธีจัดการกับสายเคเบิลที่สต็อกเหลือเกินอย่างไร?
A5: ควรคำนวณระยะใช้งานจริงและ BOQ ให้เหมาะสมก่อนสั่งซื้อ เพื่อลดเงินจมและปัญหาสต็อกสายที่ไม่จำเป็น

Q6: ปัญหา Broadcast มั่วหรือระบบช้าเกิดจากอะไร?
A6: ปัญหานี้มักเกิดจากการออกแบบเครือข่ายที่ไม่แยก Domain/Traffic ให้เหมาะสม ทำให้เกิด Broadcast Storm และการแยกปัญหาเมื่อเกิดเหตุทำได้ยาก

Q7: การเลือกอุปกรณ์ตั้งต้นที่ดีช่วยให้งานสำเร็จเร็วขึ้นจริงหรือไม่?
A7: จริง — การวางแผนออกแบบระบบและเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมตั้งแต่แรกช่วยให้ระบบเสถียร ส่งมอบงานเร็ว ลดปัญหาหลังติดตั้ง และลดงานแก้ซ้ำ

Q8: ถ้าต้องการคำปรึกษาเรื่องออกแบบระบบ Network & CCTV ทำอย่างไร?
A8: ทีมวิศวกรของผู้ให้บริการสามารถช่วยออกแบบ Network Diagram, เลือก Switch/PoE/Fiber ที่เหมาะกับไซต์งาน, จัด BOQ และให้คำปรึกษาฟรีก่อนยื่นประมูล

 

* ส่งแบบหรือความต้องการมาที่
sales@bismon.com | LINE OA | โทรหาเราได้ทันที

 

By: BISMON

Tel: 0-2563-5000

e-mail: sale@bismon

Line Office: @bismon

 

เพิ่มเพื่อน




Recomended Article : บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

๐ สูตรสำเร็จ สำหรับการวางระบบกล้องระบบเครือข่ายให้กับองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐ ขนาดเล็กถึงกลาง

๐ BISMON Smart Outdoor IoT Cabinet ตู้สื่อสารภายนอกอาคารรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับ Smart City ยุค AI

๐ ทำไมต้องใช้ตู้ 42U Outdoor Rack 19inch ในการติดตั้งระบบต่างๆ

๐ Fiber Patch Panel vs UTP Patch panel ต่างกันอย่างไร

๐ สาย Fiber optic Multi-mode ใช้งานความเร็ว 1000Mbps ระยะ 2km ได้จริงหรือไม่