ทำไมต้องใช้ Optical Loss Test สำหรับเช็คสาย Fiber optic cable

ทำไมต้องใช้ Optical Loss Test สำหรับเช็คสาย Fiber optic cable

ทำไมต้องใช้ Optical Loss Test Set  สำหรับเช็คสาย Fiber optic cable

(Optical Power Meters & Optical Light Sources)

ในยุคปัจจุบันคงหนีไม่พ้นระบบเทคโนโลยี ไอทีหรือระบบการสื่อสารที่มีการส่งผ่านข้อมูลเข้าหากันอย่างรวดเร็วและมากขึ้นตลอดจนปริมาณการส่งผ่านข้อมูลที่สูงขึ้นตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์และซอฟแวร์ที่รองรับ Application ในระบบต่างๆนั้นจึงมีความสำคัญอย่างมากในการใช้งาน ตลอดจนระบบเครือข่ายสายเคเบิล หรือระบบสื่อสารโทรคมนาคม ที่สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลที่มีจำนวนมากๆและรองรับความเร็วแบบไม่จำกัด ก็คือ สายไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable) ที่ปัจจุบันนิยมนำมาเป็นเครือข่ายหลักในการส่งสัญญาณ(Main backbone) ทั้งในระดับประเทศและในระดับองค์กรที่ต้องการวางโครงข่ายให้รองรับอนาคตมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นถ้าเรามีระบบโครงข่ายสายเคเบิลไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable)  จำนวนมาก เรายิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือในการวัดและทดสอบระบบโครงข่ายสายไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable) ของเราให้คงมีเสถียรภาพในการส่งผ่านข้อมูล โดยไม่ติดขัด ทุกช่วงเวลาและสามารถส่งผ่านข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอุปกรณ์ประเภท Optical loss test set นั้น เป็นอุปกรณ์ที่สามารถวัดค่า Insertion loss  ของสาย Fiber optic cable ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานสากล ตรงตามมาตรฐาน TIA/EIA (Telecommunications Industrial Association and Electronic Industrial Alliance) ได้ ในระดับ Tier 1 ที่ต้องคำนึงถึงในการทดสอบหลังการติดตั้งเป็นสำคัญ

ในบทความนี้จะได้กล่าวถึงอุปกรณ์ที่เรียกว่า Optical Loss Test Set (OLTS)คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรในการนำไปใช้งาน และทำไมต้องใช้ในการทดสอบสาย Fiber optic cable

Optical loss test set คือ อุปกรณ์ที่เป็นชุดเครื่องมือจำนวนสองชิ้นขึ้นไปในการทดสอบสายไฟเบอร์ออฟติก โดยจะมีอุปกรณ์หลักที่สำคัญ ดังนี้

Optical Light Source(OLS) คือ อุปกรณ์กำเนิดแสงที่สามารถส่งสัญญาณแสง สำหรับทดสอบระบบสายไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable) มีทั้งแบบ Laser(Single-mode) และ LED (Multi-mode) โดยจะมีความยาวคลื่นแสง(wavelength)ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ wavelength 850/1300/1310/1490/1550/1625nm

Optical Power Meter(OPM) คือ เครื่องมือวัดค่าแสงในการส่งสัญญาณผ่านสายใยแก้วนำแสง หรือสายไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable) ที่รับแสงมาจาก Optical Light Source(OLS) เพื่อนำมาประมวลผลว่าความยาวคลื่นแสงที่เราส่งมานั้นมีอัตราการสูญเสียในการส่งสัญญาณแสงที่ลดทอนหายไปเท่าไร หรือที่เรียกว่า Insertion Loss นั่นเอง (จะได้กล่าวถึงภายหลัง) ส่วนการรับค่าความยาวคลื่นแสง(Wavelength)นั้นจะมีดังนี้ 650/660/780/850/980/1300/1310/1490/1550/1625nm

ส่วนอุปกรณ์ประกอบอื่นๆเช่น สาย Fiber optic patch cord, fiber adapter, Connector Cleaner, Microscopes และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งาน ชนิดและทดสอบสายไฟเบอร์ออฟติกชนิดนั้นๆ เช่น Single-mode และ Multi-mode เป็นต้น

ประโยชน์ในการใช้งานอุปกรณ์ Optical Loss Test Set คือ เป็นการวัดค่า Insertion Loss (Attenuation) ของสายไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable)ว่ามีค่าได้ตรงตามมารฐาน ของ TIA/EIA Standard หรือไม่ และ สามารถทดสอบสายได้ทั้งชนิด Single-mode และ Multi-mode ว่ามีอัตราการสูญเสียในการส่งสัญญาณระหว่างจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งที่เป็นเส้นเดียวกัน(Fiber optic link) ไม่ว่าจะมีความยาวเท่าไรก็ตาม ส่วนผลลัพธ์ในการวัดและหน่วยการวัดจะมีอยู่ 2 แบบ เช่น dB กับ dBm (ซึ่งจะได้กล่าวถึงช่วงต่อไปขึ้นอยู่กับการเลือกทดสอบ)

การใช้อุปกรณ์ Optical Loss Test Set เพื่อหาค่าการสูญเสียในการส่งสัญญาณในสายไฟเบอร์ออฟติกให้น้อยที่สุด เพื่อให้การส่งสัญญาณได้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพ ไม่มีองค์ประกอบอื่นที่กั้นสัญญาณในการส่งสัญญาณในสายเคเบิลไฟเบอร์ออฟติก อาทิเช่น จุดเชื่อมต่อ(Splice) และหัวคอนเน็คเตอร์(Connector/adapter) หรือการบิดงอ ขณะติดตั้งก็อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งหมดตลอดแนวสายทั้งเส้น เพื่อหาค่า Insertion loss ให้ได้ตรงตามมาตรฐาน

ทั้งนี้ถ้าค่าที่วัดได้ออกมาดี มีค่าที่น้อยที่สุด ก็ถือว่าการวัดค่าของสายเส้นนั้นๆ ผ่านการทดสอบ ตรงตามมาตรฐานสากล เช่น TIA/EIA 568-C.0 หรือ IEC/ISO11801 เป็นต้น

 

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าที่ออกมานั้นดี ตรงตามมาตรฐานหรือไม่

จากตารางด้านบนจะเป็นค่ามาตรฐานของสายไฟเบอร์ออฟติก ตามาตรฐาน ANSI/TIA-568 C.3

ทั้งนี้ค่าพารามิเตอร์ด้านบนดังกล่าวเป็นค่าการอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น ว่าสายที่ได้ค่าการทดสอบมานั้นดี หรือไม่ดี หรือผ่านหรือไม่ผ่าน ส่วนการวัดค่าและทดสอบสายไฟเบอร์ออฟติกจริงหน้างานนั้น ยังมีปัจจัยอื่นอีก ที่ต้องนำมาประกอบอีกหลายอย่าง อาทิเช่น ระยะทางของสาย, connector, จุด Splice และ ค่า Loss Budget ของอุปกรณ์แต่ละชนิดที่มีข้อจัดกัดของค่า Loss ไม่เท่ากัน บางอุปกรณ์มีค่า Loss budget มากก็สามารถรองรับสายที่วัดค่า Loss มาก ให้สามารถใช้งานได้ดี เช่นกัน

ดังนั้นค่าที่ได้หลังการทดสอบด้วยเครื่องวัด จึงจะต้องมีการคำนวณค่าเอง และนำมาเปรียบเทียบค่าที่ได้ เพื่อให้รู้ว่าค่าผลการทดสอบนั้นๆ สามารถผ่าน และมีคุณภาพจริง

ส่วนสูตรในการคำนวณค่า Insertion Loss (Attenuation) ของสายไฟเบอร์ออฟติก

Calculating Optical Fiber Losses

เบื้องต้นในการคำนวณหาค่า Loss ของสายไฟเบอร์ออฟติก หลังจากการติดตั้งสายเคเบิลไปแล้วนั้น เราจำเป็นจะต้องคำนวนหาค่าที่ต้องทำตามสูตรมาตรฐานสากล เพื่อนำมาเปรียบเทียบค่าที่ทดสอบได้ว่า อันไหน เกินค่ามาตรฐานที่คำนวณได้ หรือไม่ ส่วนสูตรในการคำนวนจะมีดังนี้

 

-The Total Link Loss = Cable Attenuation + Connector Loss + Splice Loss

-Cable Attenuation (dB) = Maximum Cable Attenuation Coefficient (dB/km) × Length (km)

-Connector Loss (dB) = Number of Connector Pairs × Connector Loss Allowance (dB)

-Splice Loss (dB) = Number of Splices × Splice Loss Allowance (dB)

 

ส่วนการแทนค่าในสูตรการคำนวณนั้นให้นำค่าในตารางด้านบนตามมาตรฐาน ANSI/TIA-568 C.3 เพื่อใช้อ้างอิงในการคำนวน ทั้งนี้จะยกตัวอย่างดังนี้

 

สูตรการคำนวณ >> Cable Attenuation (dB) = Maximum Cable Attenuation Coefficient (dB/km) × Length (km)

การหาค่า Cable Attenuation(dB) เราจะนำค่าตามตารางมาตรฐานด้านบนมาใส่ดังนี้ attenuation ของ wavelength 1310nm สำหรับสายชนิด Single-mode แบบ outside plant เท่ากับ 0.5dB/km, ดังนั้นค่าของสาย total cable attenuation จะเท่ากับ 0.5dB/kmx10km= 5dB

 

สูตรการคำนวณ >> Connector Loss (dB) = Number of Connector Pairs × Connector Loss Allowance (dB)

การหาค่าของ Connector loss (คอนเน็คเตอร์ loss) หมายถึงให้นำค่าตามตารางด้านบน ตามค่ามาตรฐานของ TIA/EIA max. connector มาใส่แทนสูตรที่กำหนด ดังนี้คือ 0.75dBx2=1.5dB เราก็จะได้ค่า Connector loss เท่ากับ 1.5dB

 

สูตรการคำนวณ >> Splice Loss (dB) = Number of Splices × Splice Loss Allowance (dB)

การหาค่าของ Total Splice loss หมายถึงการคำนวณค่าจุดเชื่อมต่อทั้งหมดที่เรามีนำมาคำนวณเพื่อหาค่า Total Splice loss ของสายเส้นนี้ โดยจะนำค่ามาตรฐานตาม TIA/EIA เท่ากับ 0.3dB ตามตารางด้านบน คูณด้วยจำนวนจุดเชื่อมต่อ Splice ทั้งหมด ในภาพตัวอย่างจะมีจำนวนเพียง 1 จุด ก็จะแทนค่าสูตร ดังนี้ 0.3dBx1= 0.3dB

 

ทั้งนี้ พอเราสามารถคำนวณหาค่าดังกล่าวข้างต้นได้แล้ว เราจึงนำค่าต่างๆมารวมกัน Cable attenuator, Connector loss, Splice loss เราก็จะได้ค่าผลรวมของค่า Insertion Loss หรือ Attenuation loss ได้ หรือ Total link loss ของสายเคเบิล เส้นนี้

โดยการแทนค่าสูตรดังนี้ 5dB+1.5dB|0.3dB= 6.8dB

 

Note: การคำนวณโดยใช้สูตรดังกล่าวข้างต้นเป็นการคำนวณโดยประมาณการเท่านั้น ถ้าจะให้ผลดีที่สุดในการหาค่า จะต้องใช้เครื่องวัด Optical loss test set(Power meter + Light Sources) วัดค่าเท่านั้น แล้วนำมาเปรียบเทียบค่าที่วัดได้จริงกับค่าที่ประมาณการที่ได้จากการคำนวน

 

การทดสอบหาค่า Insertion loss อีกหนึ่งแบบที่สามารถทำได้ คือ Calculating Power Budget ของสายไฟเบอร์ออฟติก Link นั้นๆ โดยการคำนวณตามสูตรมาตรฐานดังภาพตัวอย่างด้านล่าง

ดังภาพตัวอย่างด้านบน เราจะเห็นว่า จะเป็นการหาค่าที่มีการส่ง Power ออกจากต้นทาง โดยใช้เครื่องกำเนิดแสง หรือ Light Sources สำหรับสายไฟเบอร์ออฟติก โดยที่เราจะต้องทราบว่าค่า Power ของเครื่องส่ง Light sources  ของเรานั้นมีค่าเท่าไร

ดังตัวอย่าง จะมีค่าเบื้องต้นการส่ง Output Power อยู่ที่ -20dBm และการส่งแสง ผ่านสายไปยังปลายทางนั้น เราก็จะใช้เครื่องมือวัด Power meter ในการรับและวัดค่า หรืออ่านค่าที่รับได้อยู่ที่เท่าไร ดังตัวอย่างจะอยู่ที่ -22dBm

พอเราได้ค่าทั้งต้นทาง กำลังส่ง และ ค่าปลายทางในการรับค่าแล้ว ก็จะทำการหาค่าโดยการนำมาลบกันดังนี้

 (P-in) – (P-out) ,แทนสูตรได้ คือ Power budget -20dBm –(22dBm)= 2 dB

 

ดังนั้นค่า Insertion loss ที่วัดได้จะได้เท่ากับ 2dB

Note: ในที่นี้หน่วย dBm คือหน่วยของกำลังส่ง หรือ Power ของเครื่อง light sources

 

 

เครื่องวัด Optical Loss Test Set ซึ่งจะมี อุปกรณ์ในการทดสอบแบ่งได้ 2 ประเภทคือ

 

Optical Power meter

Optical Power meter คือ เครื่องมือวัดค่าที่ส่งมาจาก Light sources หรือเครื่องส่งแสง สำหรับการทดสอบ เพื่อหาค่า Insertion loss ของสายไฟเบอร์ออฟติก เส้นนั้นแล้วแต่ระยะความยาวของสายเคเบิลเพื่อตรวจสอบว่าค่าที่ได้เหมาะสมและดีหรือไม่ในการใช้งานในด้านต่างๆ

Contractor Series for Optical Power meter

-Detector type: InGaAs,

-Measurement Range:+6 to-70dBm

-Unit: dB, dBm, W

-Set Ref and Tone

-Support adapter ST/SC/FC/LC/E2000/SMA/D4/Biconic/2.5mm Universal

 

-Detector type: InGaAs,

-Measurement Range:+26 to-50dBm

-Unit: dB, dBm, W

-Set Ref and Tone

-Support adapter ST/SC/FC/LC/E2000/SMA/D4/Biconic/2.5mm Universal

Professional Series for Optical Power meter

OPM4 Series optical power meter

  • -สามารถรองรับการทดสอบสายไฟเบอร์อฟติกได้ทั้งชนิด Single-mode และ Multimode ได้
  • -สามารถค้นหาความยาวคลื่นแสงเองได้ พร้อมกัน 2 wavelength (Wave ID)  แสดงที่หน้าจอ เพื่อสะดวกต่อการอ่านค่า Insertion loss เช่น 1310/1550nm แสดงผลพร้อมกัน
  • -สามารถรองรับการเปลี่ยนหัวข้อต่อ Fiber adapter ชนิดต่างๆได้ เช่น ST/SC/FC/LC
  • -สามารถรองรับการใช้งานแบตเตอร์รี่ชนิด AA ได้ตามมาตรฐานสากลทั่วไปและอายุการใช้งานนาน
  • -สามารถรองรับการประหยัดพลังงานเมื่อไม่ได้ใช้งาน จะปิดตัวเองภายใน 5 นาที
  • -สามารถรองรับการใช้งานภายนอกอาคารได้ Outside plant และสามารถรองรับการตกกระแทกจากที่สูงความสูง 1 เมตร โดยยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

OPM5 Series optical power meter

  • -สามารถรองรับการทดสอบสายไฟเบอร์อฟติกได้ทั้งชนิด Single-mode และ Multimode ได้
  • -สามารถค้นหาความยาวคลื่นแสงเองได้ พร้อมกัน 2 wavelength (Wave ID)  แสดงที่หน้าจอ เพื่อสะดวกต่อการอ่านค่า Insertion loss เช่น 1310/1550nm แสดงผลพร้อมกัน
  • -สามารถรองรับการเปลี่ยนหัวข้อต่อ Fiber adapter ชนิดต่างๆได้ เช่น ST/SC/FC/LC
  • -สามารถรองรับการใช้งานแบตเตอร์รี่ชนิด AA ได้ตามมาตรฐานสากลทั่วไปและอายุการใช้งานนาน
  • -สามารถรองรับการประหยัดพลังงานเมื่อไม่ได้ใช้งาน จะปิดตัวเองภายใน 5 นาที
  • -สามารถรองรับการใช้งานภายนอกอาคารได้ Outside plant และสามารถรองรับการตกกระแทกจากที่สูงความสูง 1 เมตร โดยยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

*Optical Power meter รุ่น OPM5 สามารถบันทึกค่าการวัดได้ ไม่ต้องจดบันทึก และสามารถโหลดใส่โปรแกรม ได้ฟรี

Note: คำศัพท์เฉพาะ

  • -Set. Ref. คือการตั้งค่าของเครื่องวัด Optical power meter ให้เป็น 0 ก่อนทำการวัดค่า โดยจะต้องทำการ Calibration ทั้งเครื่องวัด Optical power meter กับ ตัว Optical Light Source เพื่อให้ได้ค่า Set. Ref. ก่อนทุกครั้ง
  • -Wave ID: คือเครื่อง Optical Power meter สามารถค้นหาความยาวคลื่นแสง หรือ Wavelength ได้เอง โดยอัตโนมัติ จากแหล่งที่ส่งมาจากเครื่อง Optical Light Source โดยสามารถแสดงค่า wavelength พร้อมกัน 3 wavelength เพื่อง่ายต่อการอ่านค่า
  • -PC/SW คือตัวเครื่องวัด Optical Power Meter สามารถบันทึกค่าการวัดได้ลงเครื่อง และสามารถเชื่อมต่อ Link ข้อมูลออกไปที่ PC หรือ คอมพิวเตอร์ได้ โดยใช้สาย USB และสามารถมีโปรแกรมรองรับในการจัดทำรายงานฟรี
  • -Tone คือการตรวจจับคลื่นเสียงที่ตัวเครื่องวัด Optical Power meter ใช้สำหรับการค้นหาสายไฟเบอร์ออฟติกว่าเป็นเส้นไหน ไปไหน เพื่อทำการตรวจเช็คให้ตรงก่อนการทดสอบทุกครั้ง จะสามารถตรวจสอบคลื่นเสียงที่ถูกส่งออกมาจาก ปลายทางจากเครื่อง Optical Light Sources โดยจะมีค่าที่ 270Hz, 330Hz, 1KHz และ 2kHz เป็นต้น

FlowScout PON Optical Power Meter( ใช้งานง่าย เพียงเสียบสายก็แสดงค่า ไม่ต้องตั้งค่า)

  • -Detect multiple wavelengths automatically- NO setup required
  • -Detect GPON, XGS-PON, and Video signals all at one
  • -Rugged and water resistant, IP54 rating
  • -Field-swappable connector adapters
  • -Large color touchscreen display daylight viewable
  • -Rechargeable Li-Polymer battery
  • -Network Types: BPON, EPON, GPON, 10G-EPON, XG-PON, XGS-PON
  • -Upstream: 1310, 1270 nm • Downstream:1490, 1550, 1577 nm
  • -Battery: >8 hours, rechargeable 
  • -Weight: 0.59 kg (1.3 lb) • Size: 17.1 x 10.4 x 4.6 cm (6.75 x 4.1 x 1.8 in)

APPLICATIONS:

  • -Detects and measures PON upstream and downstream signals
  • -PON network activation
  • -BPON, EPON, GPON, 10G-EPON, XG-PON, XGS-PON, Video network verification and troubleshooting
  • -Evaluate PON power level Pass/Fail based on limits

Optical Light Source

Optical Light Sources คือ เครื่องกำเนิดแสง หรือตัวส่งสัญญาณแสงของความยาวคลื่นแสง wavelength เช่น 850nm, 1300nm, 1310nm, 1490nm, 1550nm และ 1625nm เป็นต้น เป็นตัวส่งสัญญาณความยาวคลื่นแสง ผ่านสายไฟเบอร์ออฟติก เพื่อใช้ เครื่องวัด Optical Power meter ในการอ่านค่า Insertion loss ของสายไฟเบอร์ออฟติก

Contractor Series for Optical Light Sources

CSS1-MM: Optical Light Sources contractor series Multi-mode wavelength 850/1300nm

  • -Emitter type: LED
  • -Output Power meter: -20 dBm
  • -Stability:+-0.1 dB/1 hr
  • -SC adapter port(Fix) เปลี่ยน adapter ไม่ได้
  • -Power battery 2xAA type
  • -รับประกัน 5 year warranty
  • -Palm-sized rugged มีขนาดที่เล็กกะทัดรัด สะดวกต่อการใช้งาน
  • -Auto-off to maximize battery life on power meter มีระบบปิดการทำงานเองอัตโนมัติ
  • -Cost-effective, easy to use, รุ่นราคาประหยัดสำหรับทีมช่างบริการทั่วไป
  • -Support test tone 270Hz, 330, 1000, 2000Hz เพื่อการค้นหาสายเคเบิลที่สะดวก
  • -Multi-mode 50/125um, 62.5/125um Mandrels support

CSS1-SM: Optical Light Sources contractor series Single-mode wavelength 1310/1550nm

  • -Emitter type: Laser
  • -Output Power meter: 0 dBm
  • -Stability:+-0.05 dB/1 hr
  • -Support SC/ST/FC/LC adapter cap
  • -Power battery 2xAA type
  • -รับประกัน 5 year warranty
  • -Palm-sized rugged มีขนาดที่เล็กกะทัดรัด สะดวกต่อการใช้งาน
  • -Auto-off to maximize battery life on power meter มีระบบปิดการทำงานเองอัตโนมัติ
  • -Cost-effective, easy to use, รุ่นราคาประหยัดสำหรับทีมช่างบริการทั่วไป
  • -Support test tone 270Hz, 330, 1000, 2000Hz เพื่อการค้นหาสายเคเบิลที่สะดวก

OLS2-Dual: Optical Light Sources Professional series Single-mode wavelength 1310/1550nm

  • -3-Year Recommended Calibration interval
  • -Emitter type: Laser
  • -Output Power meter: 0 dBm(adjustable 2dB)
  • -Stability:+-0.05 dB/1 hr
  • -Support SC/ST/FC/LC adapter cap
  • -Power battery 2xAA type or option: AC adapter 100-240VAC to 9VDC
  • -รับประกัน 5 year warranty
  • -Dual or Single Wave ID, CW สามารถเลือกส่งสัญญาณแสงได้แบบพร้อมกันหรือหนึ่ง
  • -Auto-off to maximize battery life on power meter มีระบบปิดการทำงานเองอัตโนมัติ
  • -Cost-effective, easy to use, รุ่นราคาประหยัดสำหรับทีมช่างบริการทั่วไป
  • -Support test tone 270Hz, 330, 1000, 2000Hz เพื่อการค้นหาสายเคเบิลที่สะดวก

OLS4: Optical Light Sources Professional series

  • -Single-mode/Multi-mode wavelength 850/1300/1310/1550nm
  • -3-Year Recommended Calibration interval
  • -Emitter type: Laser
  • -Output Power meter: Multi-mode: -20 dBm, Single-mode: 0 dBm
  • -Stability:+-0.05 dB/1 hr
  • -Support SC/ST/FC/LC adapter cap
  • -Power battery 2xAA type or option: AC adapter 100-240VAC to 9VDC
  • -รับประกัน 5 year warranty
  • -Dual or Single Wave ID, CW สามารถเลือกส่งสัญญาณแสงได้แบบพร้อมกันหรือหนึ่ง
  • -Auto-off to maximize battery life on power meter มีระบบปิดการทำงานเองอัตโนมัติ
  • -Cost-effective, easy to use, รุ่นราคาประหยัดสำหรับทีมช่างบริการทั่วไป
  • -Support test tone 270Hz, 330, 1000, 2000Hz เพื่อการค้นหาสายเคเบิลที่สะดวก

OLS7-3: Optical Light Sources Professional series Single-mode wavelength 1310/1550/1625nm

OLS7-FTTH: Optical Light Sources Professional series Single-mode wavelength 1310/1490/1550nm

OLS7-FTTx: Optical Light Sources Professional series Single-mode wavelength 1310/1490/1625nm

  • -3-Year Recommended Calibration interval
  • -Emitter type: Laser
  • -Output Power meter: Single-mode: -5 dBm
  • -Stability:+-0.05 dB/1 hr
  • -Support SC/ST/FC/LC adapter cap
  • -Power battery 2xAA type or option: AC adapter 100-240VAC to 9VDC
  • -รับประกัน 5 year warranty
  • -Triple, Dual or Single Wave ID, CW สามารถเลือกส่งสัญญาณแสงได้แบบพร้อมกันหรือหนึ่ง
  • -Auto-off to maximize battery life on power meter มีระบบปิดการทำงานเองอัตโนมัติ
  • -Cost-effective, easy to use, รุ่นราคาประหยัดสำหรับทีมช่างบริการทั่วไป
  • -Support test tone 270Hz, 330, 1000, 2000Hz เพื่อการค้นหาสายเคเบิลที่สะดวก

 

Applications:

            - Passive Optical Networks(PON)testing

            - FTTH Testing (1310, 1490, 1550 nm)

            - FTTx Testing (1310, 1490, 1625nm)

            - CATV Testing (1310, 1550, 1625nm)

 

ดังนั้นการเลือกอุปกรณ์เครื่องมือวัดสายไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable) ชนิด Optical Loss Test Set จึงมีความสำคัญอย่างมากที่จะสามารถได้เครื่องมือวัดที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ประหยัดเวลา และ Function ในการทำงานที่ครบ สะดวก และดูดีเป็นมืออาชีพ เป็นเรื่องที่ดี

 

การทดสอบสายไฟเบอร์ออฟติก(Fiber optic cable) ในแต่ละประเภทนั้น เช่น Multi-mode หรือ Single-mode เป็นสิ่งจำเป็นหลังการติดตั้งไปแล้ว เราจึงจำเป็นจะต้องทราบถึงคุณภาพของสายหลังการติดตั้งว่า มีคุณภาพ ค่า Insertion loss ที่ได้ตรงตามาตรฐานหรือไม่ หรือ มากเกินไป อาจทำให้ระบบของคุณมีปัญหาได้ ถ้าไม่มีการตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน TIA/EIA หรือ ISO/IEC เป็นหลัก

By: BISMON

 

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Tel: 0-2563-5000

E-mail:sale@bismon.com

E-mail:technical@bismon.com

Line office: @bismon.com or Link >> http://nav.cx/6siHi8U




Recomended Article : บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

๐ Fiber Patch Panel vs UTP Patch panel ต่างกันอย่างไร

๐ การเลือก Industrial Ethernet Switch ให้เหมาะสมกับระบบของคุณ

๐ สายไฟเบอร์ออฟติก ADSS แตกต่างกับ ARSS อย่างไร

๐ Ethernet Switch ชุดประหยัด สำหรับอุปกรณ์ IT PoE Solution

๐ การติดตั้ง Closure Fiber และ Loop สายไฟเบอร์ออฟติก บนเสาไฟฟ้า